จิตวิทยาของการนอกใจ

จิตวิทยาของการนอกใจ

ใช้เวลาอ่าน 2.30 นาที

เรื่องการนอกใจหรือมีชู้เป็นประเด็นที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน หนำซ้ำสมัยนี้ ข่าวซุบซิบว่าคนนั้นมีกิ๊ก คนนี้คบซ้อน หรือผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียน้อย ก็ได้ยินออกบ่อยจนเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่า

คนที่นอกใจคนรัก เค้าคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงทำได้ลงคอ

เหตุผลง่าย ๆ อาจบอกได้ว่า “ก็แค่ความไม่รู้จักพอ…” แต่ว่ามีแค่นั้นจริง ๆ หรือ ?

ภายใต้พฤติกรรมรักซ้อน มีอะไรอีกไหมที่พอจะใช้อธิบายได้มากกว่าข้ออ้างสารพัดที่ได้ยินบ่อย ๆ อย่าง เพราะเมา บรรยากาศพาไป หรือแค่ความเหงาใจชั่วครั้งชั่วคราว

อันที่จริงแล้ว มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้เราเข้าใจเบื้องหลังพฤติกรรมและเหตุผลที่ผู้ชายนอกใจอยู่บ้าง นั่นคือ

 

ผู้ชายมีความต้องการทางเพศรุนแรงกว่าผู้หญิง

testosterone

ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นจะหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) สูงกว่าผู้หญิง 10-20 เท่า ฮอร์โมนนี้เป็นฮอร์โมนหลักในเพศชายและส่งผลต่ออารมณ์ทางเพศ (จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ชายได้ชื่อว่าบ้าเซ็กซ์มากกว่าผู้หญิง)

ในภาวะที่ถูกผลักดันด้วยฮอร์โมนเพศ เปรียบกันว่าผู้ชายจะรู้สึกทรมานเหมือนกับการกลั้นห้องน้ำ และจะรู้สึกโล่งใจสบายตัวเมื่อได้ปลดปล่อย เหมือนตอนทำธุระเสร็จหลังจากที่อั้นไว้นานนั่นแหละ ดังนั้น คู่สมรสที่ความต้องการไม่สมดุลกัน และฝ่ายหญิงไม่อาจตอบสนองได้ จึงเกิดเหตุการณ์สามีนอกลู่นอกทางนอกใจไปกับหญิงอื่น

 

จิตใต้สำนึกและพื้นฐานทางวัฒนธรรม

ในบางสังคมมีความเชื่อว่า ผู้ชายที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงจำนวนมากถือเป็นเรื่องน่ายกย่องและน่าภาคภูมิใจ (จริง ๆ คงไม่จำกัดเฉพาะเพศชาย เพราะการล่าแต้มของสาว ๆ สมัยนี้ที่เป็นข่าวครึกโครมก็คงเข้าข่ายนี้เช่นกัน) อีกทั้งจิตใต้สำนึกของผู้ชายที่ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองยังแข็งแรง สามารถมีเซ็กซ์ได้ หรืออาวุธคู่กายของตนยังใช้การได้ดีอยู่ ก็ขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นการที่ผู้ชายบางคนสารภาพว่า ยังรักกับแฟนและความสัมพันธ์ก็ราบรื่นดี แต่บางครั้งข้างในกลับไม่รู้สึกเติมเต็ม ยังรู้สึกว่าอยากแอบไปกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงอื่น จึงอธิบายได้ด้วยเหตุผลนี้

 

การแสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็น

ในทางจิตวิทยา ความอยากรู้อยากเห็นของหญิงกับชายนั้นต่างกัน ขณะที่ผู้หญิงแสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านด้วยการซุบซิบนินทาอย่างบรรดาขาเม้าท์ทั้งหลาย แต่ฝ่ายชายกลับแสดงความอยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่นผ่านการชอบดูภาพโป๊ ชอบเสพสื่อลามก หรือชอบการมีเซ็กซ์ อธิบายง่าย ๆ คงคล้ายกับการได้ล่วงรู้ความลับของผู้หญิง หรือได้เห็นสิ่งที่พึงปกปิดของสาว ๆ ผ่านสิ่งเหล่านี้นั่นเอง

ดูเหมือนจะมีแรงจูงใจหลายอย่างที่ผลักดันให้ผู้ชายมีแนวโน้มนอกใจได้มากกว่าฝ่ายหญิง แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลในระดับจิตใต้สำนึก หรือลึกลงไปถึงระดับยีนและพันธุกรรม เหนือสิ่งอื่นใด คนเราก็ยังมีจริยธรรมและสามัญสำนึกเป็นตัวกำหนด จึงเลือกได้ว่าจะทำตามใจปรารถนา หรือเลือกที่จะปกป้องหัวใจของคนที่อยู่ข้าง ๆ กันมาตลอดมากกว่า

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ขอแนะนำให้คุณผู้ชายหลีกเลี่ยงสถานการณ์สุ่มเสี่ยงทั้งหลาย อย่าประมาทใจตัวเองเกินไป ว่าเรื่องแค่นี้ควบคุมได้ สถานการณ์แบบนี้เอาอยู่ ส่วนฝ่ายผู้หญิงเองก็ควรเข้าใจคนรักของตัวเองให้มาก อย่างแรกต้องรู้ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากแรงขับภายใน บางครั้งเขาก็อาจจะไม่ตั้งใจจริง ๆ และเมื่อมีเหตุการณ์มือที่สามเกิดขึ้น จะได้พูดคุยกันด้วยเหตุและผลมากกว่าระเบิดอารมณ์ใส่กัน

สุดท้ายขอให้ทุกคู่อยู่กันด้วย ความรักและความเข้าอกเข้าใจ
หมั่นเรียนรู้และดูแลกันไปจนสุดเส้นทางความรักสายที่พวกคุณเลือกเอง 


มุมมองและเคล็ดลับการบริหารความสัมพันธ์จากหนังสือ จิตวิทยาเพื่อชีวิตที่กลมกล่อม

Hideki Wada / เขียน
สุลภัส เครือกาญจนา / แปล

จิตวิทยาเพื่อชีวิตที่กลมกล่อม